สมาคมชาวสกลนคร




แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   
แหล่งท่องเที่ยว


แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมืองสกลนคร

พระธาตุเชิงชุม

ตั้งอยู่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารปลายถนนเจริญเมือง ในเขตเทศบาลเมือง สกลนคร เป็นเจดีย์ก่ออิฐปูนรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 24 เมตร สำหรับยอดทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ น้ำหนักทองคำถึง 247 บาท มีซุ้มประตูเปิด-ปิดทั้ง 4 ด้าน ข้างในทึบสร้างด้วยศิลาแลง เป็นเจดีย์สร้าง ขึ้นสวมรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ซึ่งหมายถึง พระกกุสันทะ พระโกนาดม พระกัสสะปะและพระพุทธโคดม (ซึ่งคือสมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ชาวพุทธศาสนิกชนเคารพ และสักการะอยู่ทุกวันนี้) สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานชัด เป็นปูชนียสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมือง สกลนคร มาแต่ โบราณ ภายในวิหารพระธาตุ เชิงชุมเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพนับถือ เป็นศูนย์รวมจิตใจ ของ พุทธศาสนิกชน ในจังหวัด สกลนครทุกวันพระตอนค่ำจะมีประชาชนไปบูชากราบ ไหว้พระธาตุและหลวงพ่อองค์แสนจำนวน มากงานประจำปีของพระ ธาตุเชิงชุม จะเริ่มตั้งแต่ วันขึ้น 9 ค่ำถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ของทุกปี(กำหนดตามจันทรคติ)

หนองหาร

เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีชื่อเสียงและกว้างใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย อยู่ในตัวเมืองสกลนครมีเนื้อที่ประมาณ 123 ตาราง กิโลเมตร เป็นที่รวมของลำห้วยต่างๆ หลายสายและยังเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นแหล่งผลิต อาหาร ที่สำคัญทั้งทางด้านการเพาะปลูก การเลี้ยสัตว์ การประมง ซึ่งเป็นอาชีพ หลักของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหาร ระดับน้ำในหนองหารลึก ประมาณ 3-8 เมตร ในบริเวณหนองหารมีเกาะต่างๆกว่า 20 เกาะ เช่น เกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด บนเกาะมีวัด และพระพุทธรูป ซึ่งไม่สามารถบอก ได้ ว่าสร้างมานานเท่าใด นอกจากนั้นตามเกาะ ต่างๆ เหล่านี้จะมีต้นไม่ใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด บางเกาะได้สร้าง ศาลาพักร้อน เช่น เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม และเกาะดอนสะทุงฯลฯ ในบริเวณหนองหารมี เรือยนต์ท้องแบนขนาดจุ 90 คน บริการนำเที่ยวรอบหนองหารในเวลา กลางวัน สาหร่ายสีทอง ซึ่งอยู่ไต้พื้นน้ำเมื่อแดดส่องลงในน้ำจะเห็นสาหร่ายรูปต่างๆสวยงามมาก

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

ตั้งอยู่ติดกับหนองหารบริเวณตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่ ได้รับอนุมัติให้จัดขึ้นเป็นแห่งที่ 10 ของประเทศ สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จ เป็นองค์ประธานพิธี เปิดสวนสมเด็จฯ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2530 มีลักษณะเป็นสวนล้อมสระน้ำขนาดใหญ่ชื่อ สระพังทอง เป็นสระโบราณ สวนประกอบด้วยสวน ดอกไม้ ไม้ประดับ สวนป่า สวนน้ำ สวนหิน และสวนออกกำลังกาย ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา หาความรู้ด้านพฤกษ ศาสตร์ได้อีกด้วย

ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง

ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง เขตอำเภอเมืองสกลนคร ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 5 กิโลเมตร ในเส้นทางสกลนคร อุดรธานี ทางหลวงหมายเลข 22 อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงสี่แยก เป็นพระธาตุที่ชาวบ้านสักการะบูชามาก อีกแห่งหนึ่ง ปรางค์สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลง มีทับหลังสลักภาพพระกฤษณะฆ่าสิงห์ ในรูปแบบศิลปะเขมรแบบปาปวน ลักษณะคล้ายกับปราสาทหิน ของขอม ที่ปรากฏหลายแห่ง ในภาคอีสาน ลวดลายสลักหินบนซุ้มประตูหน้าต่างยังมีลักษณะสมบูรณ์ปรากฏชัด ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นฝีมือผู้หญิงสร้างทั้งหมด เพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภูเพ็ก รูปแบบ และศิลากำหนด อายุว่าราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 งานประเพณีของพระธาตุเจงเวง จะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 11 ค่ำ เดือนสี่ของทุกปี

พระธาตุดุม

เป็นพระธาตุที่สร้างด้วยศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง ตั้งอยู่ที่บ้านธาตุดุม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 5 กิโลเมตร อยู่ในท้องที่อำเภอเมือง สกลนคร มีปรางค์องค์เดียวที่สร้างด้วยศิลาแลง พบทับหลังภาพเทวดาทรงพาหนะ เหนือหน้ากาล ประกอบด้วยสัตว์ เช่น ช้าง สิงห์ และลายใบไม้ม้วน การกำหนดอายุ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17 ศิลปะเขมรแบบปาปวน

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

อยู่กลางเทือกเขาภูพานในเขตอำเภอเมืองสกลนคร บนเส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ (ทางหลวงหมายเลข 213) ห่างจากตัวเมืองสกลนคร 13 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปทางด้านขวามือ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เป็นสถานที่ประทับ ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระราชวงศ์ ในคราวเสด็จแปรพระราชฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ สถานที่ตั้ง เป็นป่าไม้ร่มรื่น มีไม้ดอก ไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับ อยู่ที่พระตำหนัก ทรงอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ได้ทุกวัน โดยทำหนังสือถึงสำนัก เลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหา ราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ 10200 และเมื่อได้รับ หนังสือตอบรับแล้ว จึงจะเดินทางไปชมได้

น้ำตกคำหอมและโค้งปิ้งง

อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 14 กิโลเมตร บริเวณ ใกล้เคียงจะเป็นที่ตั้งของน้ำตกต่างๆ อีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวสินธุ์ชัย น้ำตกตาดโตน อยู่ท่ามกลางป่าไม้ร่มเย็น และหน้าทางเข้าบริเวรน้ำตกคำหอม บนถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ เป็นช่วงที่คด เคี้ยวไปมาเหมือนงูที่ถูกย่างหรือปิ้ง ซึ่งมีไหล่ทางลดหลั่นเป็นชั้นๆ กินพื้นที่บริเวณ กว้าง สามารถทำให้มองเห็นทิวทัศน์ ตัวเมืองสกลนครและ หนองหารในระยะไกลที่สวยงาม การคมนาคมเข้าแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ สะดวกปลอดภัย สามารถเดินทางเข้าถึงตลอดทั้งปี สำหรับน้ำตกต่างๆ ในฤดูฝนจะมีน้ำมากส่วนในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง

อุทยานแห่งชาติภูพาน

ที่ว่าการอุทยานแห่งชาติภูพานตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ติดถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์ ทางหมายเลข 203 ห่างจากตัว จังหวัด ประมาณ 25 กิโลเมตร จะพบที่ทำการอุทยานตั้งอยู่ทางขวามือ มีเรือนรับรองแก่ผู้ไปเที่ยว 1 หลัง รับนักท่องเที่ยว ได้ประมาณ 20 คน

จุดท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน มีผานางเมิน ลานสาวเอ้ น้ำตกห้วยใหญ่ ถ้ำเสรีไทย ยอดภูเขียวและทางผีผ่าน น้ำตกปรีชาสุขสันต์ ภาพรอยสลักที่ภูผายนต์

 

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอพรรณานิคม

พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร

ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม ตามเส้นทางสกลนคร- อุดรธานี จากสกลนคร ถึงอำเภอพรรณานิคม ประมาณ 37 กิโลเมตร จะมีทางแยกเข้าไปตัวอำเภอพรรณานิคมวัดป่าอุดมสมพรห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ 2 กิโลเมตร ที่วัดป่าอุดมสมพรลักษณะตัวพิพิธ ภัณฑ์เป็นรูปเจดีย์ฐานกลม กลีบบัวสามชั้น ปลายยอดแหลมตั้งอยู่บนเนินดิน ซึ่งขุดดินจาก บริเวณใกล้เคียงยกสูงขึ้น บริเวณด้านหนึ่งมีสระน้ำ ขนาดใหญ่ และรอบๆ เจดีย์ตกแต่งเป็นสวนหย่อมมีต้นไม้ร่มเย็น ภายในบริเวณกลางพิพิธภัณฑ์ ประดิษฐานรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นเหมือนองค์จริง ในท่านั่งห้อยเท้า และถือไม้เท้าไว้ในมือด้านหน้า พระรูปตกแต่งด้วยเครื่องบูชา และตู้กระจกบรรจุอัฐิ ด้านฝาผนัง โดยรอบเป็นตู้กระจกแสดงเครื่อง อัฐบริขารที่ท่านใช้ เมื่อยามมีชีวิต และประวัติความเป็นมา ตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ

พระธาตุภูเพ็ก

ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม บนเส้นทางหลวงสาย สกลนคร-อุดรธานี ห่างจากตัวเมืองสกลนคร ไปประมาณ 20 กิโลเมตร มีทางแยกย้ายไปอีก 14 กิโลเมตร เป็นทางลูกรังสามารถนำรถยนต์ขึ้นไปถึงพระธาตุได้ จากนั้นเดินขึ้นบันไดอีกประมาณ 491 ขั้น จะถึง องค์พระธาตุซึ่งสร้างอยู่บนยอดเขาภูเพ็ก เทือกเขาภูพาน บรรยากาศโดยรอบมี ต้นไม้ปกคลุมอากาศเย็นสบาย องค์พระธาตุสร้างด้วยศิลาแลง มีฐานสี่เหลี่ยมสองชั้น ตัวปราสาทสูง 7.67 เมตร สร้างไม่แล้วเสร็จไม่มีหลังคา และยอดปราสาทเพียงแต่ทำขื่อ ตั้งไว้เท่านั้น ตามตำนานอุรังคธาตุ ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นแข่งขันกันระหว่างกลุ่มผู้ชาย และกลุ่มผู้หญิงเพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า แต่กลุ่มผู้ชายที่สร้างพระธาตุ ภูเพ็กได้ยุติการสร้าง เมื่อเห็นดาวเพ็กบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นกลลวงของกลุ่มผู้หญิงผู้สร้าง พระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้จึงได้ชื่อว่าปราสาท พระธาตุภูเพ็กตามชื่อดาว "เพ็ก" พระธาตุภูเพ็กสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เมื่อขึ้นไปถึงบริเวณพระธาตุ ซึ่งมีวัดพระธาตุ ภูเพ็กมีพระภิกษุ และสามเณรจำพรรษาอยู่ตลอดปี แม้ว่าการขึ้นไปถึงค่อนข้างยาก แต่เมื่อขึ้นไปแล้วจะหายเหนื่อย มองเห็นทัศนียภาพของขุนเขาต่างๆ บนเทือกเขา อย่างชัดเจน

วัดถ้ำขามหรือภูขาม

ตั้งอยู่บนยอดเขาลูกหนึ่งในเขตเทือกเขาภูพาน ในเขตบ้านคำข่า หรือชาวบ้านเรียกกันว่าภูถ้ำขาม การเดินทางใช้เส้นทาง เดียวกับการเดินทางไปพระธาตุภูเพ็ก คือจากจังหวัดสกลนครไปประมาณ 20 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าทางลูกรังไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนที่จะตรงขึ้นไปพระธาตุภูเพ็กจะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร รวมระยะทางจากจังหวัดประมาณ 60 กิโลเมตร วัดถ้ำขามหรือภูขามนี้เดิม เป็นที่ปฏิบัติธรรมของท่านอาจารย์ฝั้น อาจาโร มีธรรมชาติร่มรื่นบรรยากาศเงียบสงบ และทิวทัศน์อันสวยงาม ปัจจุบัน ได้มีการสร้างตำหนักธรรมขนาดใหญ่เป็นรูปแบบพระอุโบสถ ภายในประดับด้วยรูปพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อให้ประชาชนที่สนใจ เข้าชมความงาม ของธรรมชาติรอบข้าง และได้กราบไหว้พระอาจารย์ฝั้นด้วย พระอาจารย์ฝั้นจำพรรษา อยู่ที่วัดนี้จนประมาณ พ.ศ. 2507 ท่านอาพาธจึงได้ไปจำพรรษา ที่วัดป่าอุดมสมพร

 

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอพังโคน-วาริชภูมิ

เขื่อนน้ำอูน ตั้งอยู่ในเขตอำเภอพังโคน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 57 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายสกลนคร-อุดรธานี ก่อนถึงอำเภอพังโคน ประมาณ 5 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าถนนสายพังโคน-วาริชภูมิ (ทางหมายเลข 2093 )เข้าไปประมาณ 6.6 กิโลเมตร รวมระยะทางจากจังหวัด ประมาณ 57 กิโลเมตร สามารถนำรถยนต์เข้าไปถึงบริเวณสันเขื่อน สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่น้ำที่กว้างใหญ่รายล้อมด้วยเทือกเขาภูพานและป่าไม้ ที่สวยงามบริเวณ ระบายน้ำออกจากเขื่อน ในฤดูแล้งจะมีนกเป็ดน้ำบินลงมาเล่นน้ำเป็นจำนวนมาก บริเวณสันเขื่อน เป็นเขื่อนดินสร้างกั้นลำน้ำอูน ซึ่งต้นน้ำมาจากเทือกเขาภูพาน ลักษณะการใชประโยชน์ ของเขื่อน เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการชลประทาน บรรยากาศทั่วไปเหมาะสำหรับการพัก ผ่อนหย่อนใจ

ภูอ่างศอ ตั้งอยู่ในตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ ห่างจากศูนย์ราชการอำเภอประมาณ 18 กิโลเมตร เดินทางขึ้นไปอีก 5 กิโลเมตร เหมาะที่สุด สำหรับผู้ที่ชอบตั้งแคมป์เป็นหมู่คณะ โดยเฉพาะในฤดูหนาวนั้นมีความงามไม่แพ้ภูกระดึง ที่จังหวัดเลย

พระธาตุศรีมงคล

ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุศรีมงคล ตำบลบ้านธาตุ อำเภอวาริชภูมิ ห่างจากจังหวัดประมาณ 65 กิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 200 เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์ฐาน สี่เหลี่ยมยอดแหลม ตกแต่งด้วยศิลปกรรมยุคใหม่ ก่ออิฐถือปูนประดับด้วยลายปั้นดินเผา บริเวณฐานเป็นพุทธประวัติของ พระพุทธเจ้า สร้างด้วยดินเผาที่สร้างขึ้นครอบพระธาตุองค์เดิม ซึ่งเป็นศิลาแลงที่ชำรุด การคมนาคมสะดวก รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณวัดนับเป็น พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาววาริชภูมิ

 

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอส่องดาว

วัดถ้ำอภัยดำรงธรรมหรือวัดถ้ำพวง

ตั้งอยู่บนยอดเขา จุดที่สูงที่สุดในเขตตำบล ปทุมวาปี อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 105 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายสกลนคร-อุดรธานี เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอส่องดาวการคมนาคมสะดวก รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณที่ตั้ง ลักษณะพิพิธภัณฑ์เป็นรูปทรง จตุรมุข 2 ชั้น ประดับด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ชั้นล่างตกแต่ง เป็นห้องแสดง ภาพประวัติพระอาจารย์ตั้งแต่เกิดและตู้กระจกแสดงอัฐบริขารของพระอาจารย์ วันที่ท่านใช้ยามมีชีวิต ชั้นบนประดิษฐานรูปปั้นของท่าน ในท่านั่งขัดสมาธิและเครื่องสักการะบูชา ที่ตกแต่งสวยงาม ธรรมชาติรอบๆ บริเวณพิพิธภัณฑ์ เป็นป่าไม้ร่มรื่น บริเวณใกล้เคียงกัน เป็นถ้ำพวง ซึ่งเป็นประดิษฐานพระมุจรินทร์องค์ใหญ่สูงจรดเพดานหลังคา

ผาดงก่อ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาภูพาน เขตอำเภอส่องดาว ห่างจากจังหวัด 105 กิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ 15 กิโลเมตร สามารถขับรถ ได้ถึงยอดภูผาเหล็ก อันเป็นยอดสูงสุดของเทือกเขาภูพาน หากยืนบนภูเขาแห่งนี้จะมองเห็น ภูผาหัก ภูไม้ ภูชากลาก ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี ได้อย่างชัดเจน

ผาน้ำโจ้ก เป็นผาที่อยู่ในเทือกเขาภูพานเช่นเดียวกับผาดงก่อ เพียงลดต่ำลงมาอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นสายน้ำสูงประมาณ 50 เมตร ไหลลงสู่หาด ซึ่งต่อมาพระอาจารย์วัน ได้สร้างอ่าง เก็บน้ำห้วยหาด ที่บ้านภูตะคาม กิ่งอำเภอไชยวาน เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ นอกจากนี้ยังมองเห็น ทัศนียภาพข้างทิวเขาภูพาน และหมู่บ้านต่างๆของจังหวัดอุดรธานี

ภาพเขียนสามพันปี

เป็นภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ยุคเดียวกับภาพเขียนสีที่บ้านเชียงหรือประมาณ 3,600 ปี ปรากฏอยู่บริเวณหน้าถ้ำ ผักหวาน เขตหมู่บ้านภูตะคาม ตำบลท่าศิลา อำเภอส่องดาว ภาพที่พบนั้นเป็นรุปคน และสีที่ใช้วาดเป็นสีแดง เช่นเดียวกับภาพเขียนโบราณนี้ ยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากต้องเดินเท้าหรือขับรถจักรยานยนต์เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร และห่างจาก ตัวจังหวัดถึง 105 กิโลเมตร

 

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอกุดบาก

เขื่อนน้ำพุง อยู่เลยพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ไปประมาณ 30 กิโลเมตร จากตัวเมืองไป ตามถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ 37 กิโลเมตร จะอยู่ทาง ด้านซ้ายมือเขื่อน้ำพุงเป็นเขื่อน แบบหินทิ้งที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความยาว 1,720 เมตร สูง 40 เมตร กักเก็บน้ำ ได้ 150 ลูกบาสก์เมตร มีกำลังผลิตไฟฟ้า 6,300 กิโลวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตจังหวัดสกลนครและนครพนมได้ใช้ อย่างทั่วถึงสิ้นค่าก่อสร้าง 120 ล้านบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนน้ำพุง เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2508 ธรรมชาติรอบ บริเวณเขื่อนเงียบสงบ เย็นสบาย

 

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอสว่างแดนดิน

ปราสาทบ้านพันนา ตั้งอยู่ที่บ้านพันนา อำเภอสว่างแดนดิน อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 70 กิโลเมตร ในเส่นทางสายสกลนคร-อุดรธานี ลักษณะปราสาทมียอดเดียวมีฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า รองรับสร้างด้วยศิลาแลงเหมือนปราสาทขอมทั่วไป บริเวณใกล้กับตัวปราสาทเป็นสระน้ำ รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ มีน้ำขังตลอดปี เชื่อว่าสร้างสมัยเดียวกับ ปราสาทพระธาตุภูเพ็ก ปราสาทบางส่วนยังคงสภาพสมบูรณ์

 

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอกุสุมาลย์

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ปู่มเหศักดิ์ และพิพิธภัณฑ์ไทยโส้ ตั้งอยู่บริเวณศูนย์ราชการอำเภอกุสุมาลย์ ห่างจากจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร ทางด้านขวามือตามเส้นทางสายสกลนคร-นครพนม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สักการะ บูชาของชาวไทยโส้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่สถิตย์ของแพทผู้ซึ่งช่วยคุ้มครอง ชาวไทยโส้ ในพิพิธภัณฑ์เป็นที่เก็บสิ่งของเครื่องใช้ของชาวโส้ เมื่อคราวที่อพยพมาจากฝั่งแม่น้ำโขง มีแผ่นป้ายเขียนข้อความภาษาของชาวไทยโส้ เปรียบเทียบกับภาษาไทยให้เห็นถึง ความแตกต่างของภาษา และสำเนียงการออกเสียง

 

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอเต่างอย

อุทยานแห่งชาติห้วยหวด

เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้า- อยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำริ ให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีก แห่งหนึ่ง และสร้างเขื่อนชลประทาน ห้วยหวดที่อุทยานแห่งชาติห้วยหวด ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 35 กิโลเมตร สภาพป่า ในเขตอุทยานฯ มีความสมบูรณ์ทิวทัศน์สวยงาม เงียบสงบ ห่างจากที่ทำการ อุทยานฯ ประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของห้วยหวดรีสอร์ทที่สร้างอยู่ริม อ่างเก็บน้ำห้วยหวด และบริเวณใกล้เคียงกับบ้านพักมีน้ำตก 2 แห่ง ที่ตกลงมาจาหน้าผาสูง เป็นสภาพธรรมชาติ ที่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างยิ่ง นอกจากนี้บริเวณอ่างเก็บน้ำยังเป็นที่อาศัย ของฝูงนกกระยาง และนกเป็ดน้ำ ซึ่งจะพบเห็นได้ในเวลาเย็น ในฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่ดอกไม้และพันธุ์ไม้ ต่างๆ โดยเฉพาะดอกดุสิตา ซึ่งเป็นดอกหญ้าเล็กๆสีม่วงจะขึ้นเต็มทั่วทั้งบริเวณ ทางรีสอร์ทยังมีบริการ เรือยนต์ท้องแบนมีขนาดบรรจุนักท่องเที่ยว ได้ประมาณ 80 คน เพื่อนำเที่ยวชม ธรรมชาติรอบๆ บริเวณอ่างเก็บน้ำ

 
Joomla! Template Supplied by Netshine Software Limited