สมาคมชาวสกลนคร





ข้อมูลสรุปจังหวัดสกลนคร PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   
ข้อมูลสรุปจังหวัดสกลนคร


1. ลักษณะทั่วไป

ลักษณะภูมิประเทศ ตั้งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ห่างจากกรุงเทพ ฯ 647 กม. พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง 9,605,785 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,003,603 ไร่ คิดเป็น 5.6% ของพื้นที่ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 9 ของภาค ด้านเหนือ เป็นที่ราบลุ่มสลับกับลูกคลื่นลอนลาด มีสภาพเป็นป่าและพื้นที่ทำไร่ ด้านใต้ เป็นที่ราบสูง ได้แก่ ที่ราบสูงบนเทือกเขาภูพาน ที่ราบสูงระหว่างหุบเขาและหนองน้ำขนาดใหญ่มีน้ำตลอดทั้งปี ด้านตะวันออก เป็นคลื่นลอนลาด ด้านตะวันตก เป็นที่ราบเรียบสลับกับพื้นที่ลูกคลื่นลอนลาด

ลักษณะภูมิอากาศ จังหวัดสกลนครอยู่ในเขตอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ แบ่งออกเป็น 3 ฤดู ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ฝนตกชุกในเดือนสิงหาคม ปริมาณน้ำฝน เฉลี่ยทั้งปีประมาณ 1,588 มม. ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 10.7 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิสูงสุด 38 องศาเซลเซียส

2. สภาพทางการปกครอง/ประชากร การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองแบ่งออกเป็น 18 อำเภอ 124 ตำบล 1,385 หมู่บ้าน 16 เทศบาล (เทศบาลเมือง 1 และเทศบาลตำบล 15 ) และองค์การบริหารส่วนตำบล 123 แห่ง อำเภอทั้ง 18 อำเภอ ประกอบด้วย

1. อำเภอเมืองสกลนคร 2. อำเภอกุดบาก 3. อำเภอกุสุมาลย์ 4. อำเภอบ้านม่วง
5. อำเภอพรรณานิคม 6.อำเภอพังโคน 7. อำเภอวานรนิวาส 8. อำเภอวาริชภูมิ
9. อำเภอสว่างแดนดิน 10. อำเภออากาศอำนวย 11. อำเภอส่องดาว 12. อำเภอนิคมน้ำอูน
13. อำเภอคำตากล้า 14. อำเภอเต่างอย 15. อำเภอโคกศรีสุพรรณ 16. อำเภอเจริญศิลป์
17. อำเภอโพนนาแก้ว 18. อำเภอภูพาน

ประชากร จำนวนประชากรของจังหวัดสกลนคร ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2543 รวมทั้งสิ้น 1,097,625 คน เป็นชาย 548,248 คน เป็นหญิง 549,377 คน สำหรับอำเภอที่มีประชากรมากที่สุดได้แก่ อำเภอเมืองฯ มีจำนวน 182,058 คน(รวมเทศบาลเมืองฯ) รองลงมาได้แก่ อำเภอสว่างแดนดิน มีจำนวน 150,153 คน และ อำเภอวานรนิวาส มีจำนวน 119,767 คน

3.สภาพทางสังคม เชื้อชาติ ประกอบด้วยคนพื้นเมืองดั้งเดิมหลายเผ่าพันธุ์ เช่น ชาวภูไท ไทยย้อ ไทยโย้ย ไทยกะเลิง และไทยกระตาก ซึ่งอพยพ มาจากสาธารณรัฐประชาชนลาว มาเป็นเวลานานแล้ว และมีประชากรเชื้อชาติเวียดนาม อพยพเข้ามาอยู่ครั้งสมัยอินโดจีน และมีชาวจีนที่มีอยู่ทั่วไป

การศาสนา ปี 2543 ชาวสกลนคร มีผู้นับถือศาสนาพุทธ 1,056,225 คน (ร้อยละ 96.22) จำนวนวัด 959 แห่ง มีผู้นับถือศาสนาคริสต์ 38,054 คน (ร้อยละ3.46) จำนวนโบสถ์ 60 แห่ง มีผู้นับถือศาสนาอิสลาม 132 คน (ร้อยละ0.01) จำนวนมัสยิด 1 แห่ง และอื่น ๆ 3,214 คน (ร้อยละ 0.29)

ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม ชาวจังหวัดสกลนครมีขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญสืบทอดกัน มาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน คือ งานสมโภชพระธาตุเชิงชุม(จัดประมาณเดือนมกราคม) งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งและแข่งเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน (จัดขึ้นในวันออกพรรษา) งานประเพณีเซิ้งผีตาโขน ที่บ้านไฮหย่อง อ.พังโคน (จัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน4) งานประเพณีโส้รำลึก ที่อ.กุสุมาลย์ (จัดขึ้นในวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 3) งานกาชาด และงานรวมน้ำใจไทสกล จัดบริเวณศูนย์ราชการจังหวัด ประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

อาชีพ ประชากรในจังหวัดสกลนครส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งนำรายได้ให้แก่เกษตรกรเอง และนำรายได้เข้าจังหวัด ปีละมากๆ อาชีพที่สำคัญ มีดังนี้ การทำนา (ปลูกข้าวจ้าว ข้าวเหนียว) การทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง การทำสวนผลไม้ การปลูกผัก ไม้ดอกไม้ประดับ การปศุสัตว์ การเลี้ยงโคขุน สุกร ไก่ การประมงน้ำจืด การเพาะเลี้ยงปลา การหัตถกรรม ประเภททอเสื่อ การจักสาน เครื่องปั้นดินเผา ทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย นอกจากนี้ยังมีอาชีพอื่นๆ อีก เช่น การค้าขาย การอุตสาหกรรม

4. การบริการพื้นฐาน

การคมนาคมทางบก มีทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด และทางหลวงชนบทเชื่อมระหว่างอำเภอต่างๆ กับจังหวัด และระหว่างจังหวัด กับจังหวัดอื่น โดยมีเส้นทางสำคัญ ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 เชื่อมระหว่างจ.อุดรธานี สกลนคร นครพนม ทางหลวงหมายเลข213เชื่อมระหว่างจ.สกลนครกับจ.กาฬสินธุ์ ทางหลวงหมายเลข223 เชื่อมระหว่างจ.สกลนครกับนครพนม และทางหลวงหมายเลข 222เชื่อมระหว่างจ.สกลนครกับหนองคาย

การคมนาคมทางอากาศ การเดินทางโดยเครื่องบินบริษัทการบินไทย มีบริการทุกวัน ใช้สนามบินพาณิชย์จังหวัดสกลนคร

5. ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ป่าไม้ ปี 2543 จังหวัดสกลนคร มีเนื้อที่ป่าไม้ 2,067,241 ไร่ (ร้อยละ 34.43ของเนื้อที่จังหวัด) มีป่าสงวนแห่งชาติ 16 แห่ง อุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติภูพาน และอุทยานแห่งชาติห้วยหวด

ภูเขา พื้นที่จังหวัดสกลนครโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง ล้อมรอบด้วยภูเขาและป่าไม้ โดยมีเทือกเขาภูพาน เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างจังหวัดสกลนคร กับจังหวัดนครพนม จังหวัดอุดรธานี จังหวัดกาฬสินธุ์

แร่ธาตุ จังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่ในแอ่งสกลนคร ดังนั้นแหล่งแร่ที่ค้นพบในจังหวัดส่วนใหญ่ได้แก่ แร่ฟอสเฟต โปแตส และหินเกลือเป็นหลัก

แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่สำคัญได้แก่ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำพุง ลำน้ำก่ำ ลำน้ำยาม ลำน้ำห้วยปลาหาง และลำน้ำอูน

แหล่งน้ำใต้ดิน เกิดในชั้นหินแบบ CRERACEOUS UPPER SGIFFERS ซึ่งมีลักษณะเป็นชั้นหินดินดาน น้ำตาลแดงและน้ำตาลเทา ชั้นหินทรายและ หินเกลือหนาถึง 15 เมตร ในระดับลึก 60-300 เมตร สามารถเจาะพบน้ำใต้ดินตั้งแต่ระดับผิวดินไปจนถึงความลึกประมาณ 155 เมตร การเจาะใน ที่ต่ำอาจพบน้ำเค็มได้ จากการเจาะบ่อบาดาลพบว่า ร้อยละ 90 จะพบน้ำจืดคุณภาพดี มีอัตราการให้น้ำ 5-10 ลบ.ม./ชม.

ดิน แบ่งกลุ่มดินออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1)กลุ่มดินไร่ หรือดินดอน พบประมาณร้อยละ50 ของพื้นที่จังหวัด กระจายอยู่บริเวณทิศเหนือของจังหวัด 2)กลุ่มดินนา พบประมาณ ร้อยละ 20 ของพื้นที่จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ตอนกลาง และพื้นที่ตามลุ่มน้ำต่างๆ 3)กลุ่มดินคละพบประมาณร้อยละ30ของพื้นที่จังหวัด ส่วนมากจะอยู่ทางตะวันออกและทางทิศใต้ของจังหวัด

 
Joomla! Template Supplied by Netshine Software Limited